

ผาชะนะได จากตัวอำเภอโขงเจียมขับรถไปตามถนนสาย 2112 ผ่านแยกเข้าผาแต้ม เลยขึ้นไปทางทิศเหนือกว่า 55 กิโลเมตร จนถึงบ้านนาโพธิ์กลางก็เลี้ยวขวาเข้าไปตามป้ายสู่ “ป่าดงนาทาม” จุดท่องเที่ยวสำหรับคนที่ชอบการผจญภัย แต่คุณต้องมีรถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้นจึงจะฝ่าลานหินระยะทาง 18 กิโลเมตรไปได้ ระหว่างทางมีหินเต่าชมจันทร์และแท่งหินรูปทรงประหลาดๆให้แวะดูไปตลอด หรือจะหยุดดูแนวป่าเต็งรังและทุ่งหญ้าที่อุดมสมบูรณ์ ไม่ค่อยมีรอยเท้าของมนุษย์ย่างกรายเข้าไปบ่อยนัก จากนั้น ขับลัดเลาะแนวป่าละเมาะบนลานหินไปราว 500 เมตร ก็ถึงจุดจอดรถใกล้ผาชะนะได เดินต่ออีกกแค่อึดใจก็ถึงแนวผาเปิดแบบพาโนรามากว้างไกลสุดสายตา จากขอบผาชันที่เรายืนอยู่ มองลงไปเบื้องล่างคือป่าและโขดหินริมโขง เห็นสายน้ำโขงไหลเอื่อยๆจากซ้ายไปขวา เลยไปไกลลิบๆคือผืนป่าและขุนเขาสลับซับซ้อนฝั่งประเทศลาวที่ยังมีป่าไม้แน่นขนัด ภายใต้ฟ้าสลัวที่กำลังใกล้รุ่ง แสงอาทิตย์ก็ค่อยๆสว่างขึ้นอย่างช้าๆ หลังจากดวงอาทิตย์ลอยพ้นแนวขอบฟ้า แสงจ้าได้เปิดรายละเอียดของหน้าผา แผ่นหิน และผืนป่าออกจากความสลัวรางครั้งก่อนรุ่ง ณ “ผาชะนะได”
จากนั้นสามารถเดินเที่ยวทุ่งดอกไม้ตามลานหิน ซึ่งจะพบได้เฉพาะในช่วงที่ยังชุ่มชื้นเท่านั้น ถ้าใครคิดว่าบนลานหินนั้นไร้ชีวิตก็ผิดถนัด เพราะแท้จริงตามซอกหลืบและหลุมร่องมีการสะสมของซากอินทรียวัตถุ เกิดเป็นชั้นดินตื้นๆ น้ำฝนที่ตกลงมาได้ปลุกให้ไม้กินแมลงออกดอกสะพรั่ง ทั้งหญ้าน้ำค้างและจอกบ่วาย ที่ล้วนมีเมือกเหนียวคอยดักแมลงเล็กๆมาย่อยเป็นอาหารได้อย่างน่าฉงน และที่น่าแปลกใจไปกว่านั้นคือไม่ไกลจากผาชะนะไดยังมี “ป่าสนสองใบ”ผืนเล็กๆอยู่ด้วย ที่ว่าแปลกเพราะปกติสนชนิดนี้จะขึ้นอยู่บนภูเขาสูงตั้งแต่ 600-700 เมตรขึ้นไปแต่นี่สูงแค่ 100-200 เมตรก็มีแล้ว แสดงว่าภูมิอากาศและอุณหภูมิเป็นตัวกำหนดชนิดพรรณพืชได้อย่างแท้จริง
http://www.108trip.com/hottrip/hottrip_detail.php?send=show&id=6